Sunday, April 8, 2007

ตูนีเซีย Tunisia และสิ่งที่เหลือรอด

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พยายามค้นหาหนังสือที่ดองไว้ในชั้นมาอ่าน จึงหยิบเรื่อง The Orange Girl ของ Jostein Gaarder (คนเขียน "โลกของโซฟี") มา แต่สิ่งที่พบในหนังสือน่าดีใจยิ่งนักก็คือ เจอโปสการ์ดที่เหลือรอดมาจากทริปที่ไปตูนีเซีย ที่โปสการ์ดทั้งหลายที่ส่งให้เพื่อนๆทั้งกลุ่มกลับไม่ถึงใครซักคน (นอกจากส้มมั้ง) และรูปที่ถ่ายไปก็หายไปทั้งหมดหลังจาก harddisk ที่แล็ปท้อปได้พังไป T.T

โปสการ์ดใบนี้จึงทำให้นึกถึงเมื่อครั้งที่ได้ไปที่นั่นเป็นอย่างมาก เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อครั้งได้ไปทำงานที่สวิตเซอร์แลนด์ ได้มีการจัดการประชุมลูกเสือโลกหรือ World Scout Conference (ซึ่งจัด 4 ปีครั้ง) พอดีว่าครั้งนี้จัดที่ตูนีเซีย และก็โชคดีมากๆที่เกือบทุกคนในที่ทำงานต้องไปงานนี้เพื่อช่วยงานที่จะมีลูกเสือกว่าพันคนมาประชุม เราก็ต้องไปด้วยทั้งๆที่ไม่มีงานจริงจังอะไรต้องทำ และก็ต้องไปอยู่ที่นั่นกว่า 3 สัปดาห์ในช่วงฤดูร้อนซึ่งแน่นอนว่าอากาศร้อนจัด

แต่ไหนๆก็ไม่สำคัญ เพราะเป็นประเทศที่แน่นอนว่าไม่ได้ไปกันง่ายๆและที่สำคัญก็คือไปฟรี อิอิ

เมืองที่จัดงานนี้ คือเมือง Hammamet ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองท่าตากอากาศที่สำคัญของตูนีเซีย ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งช่วงที่ไปนั้นเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว (โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศส และอิตาเลียน) ส่วนเราและผองเพื่อนที่ทำงานต้องไปนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานท่ามกลางบรรยากาศที่น่าท่องเที่ยวเหล่านั้น T.T

โชคดีที่ว่า เจ้าภาพที่นั่นจัดให้พวกเราพักที่โรงแรมสุดหรูห้าดาว (Residence Diar Lemdina) โดยห้องพักนั้นจริงๆแล้วจะเป็นห้องสำหรับครอบครัวแต่สำหรับพวกเราแล้ว พักกันแค่สองคนต่อห้องเท่านั้น ซึ่งถือว่าใช้ห้องได้ไม่คุ้มจริงๆ สองห้องนอน สองห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว และยังมีห้องนั่งเล่น และ balcony เล็กๆอีกต่างหาก ดูรูป (เอามาจากเว็บนะ T.T)

รูปโรงแรมในภาพรวม เป็นเหมือนตึกอพาร์ตเม้นท์หลายๆตึกล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางเป็นต้นไม้ และสระว่ายน้ำ และเก้าอี้ชายหาดไว้นอนตากแดด









นี่คือรูปหน้าโรงแรม ทางเข้าให้ความรู้สึกเหมือนปราสาทราชวัง และสิ่งที่ดีอีกอย่างของที่นี่คือ มีตลาด (souk อ่านว่า ซุก) ให้นักท่องเที่ยวมาช้อปปิ้ง ซึ่งเก็บตังค์คนที่ไม่ได้พักที่นี่ก่อนจะเข้าด้วย ความรู้สึกอีกอย่างเมื่อมาที่นี่คือ รู้สึกเหมือน Las Vegas ของอาหรับ แต่ไม่มีคาสิโน แต่เรื่องการสร้างโรงแรมที่นี่จะเน้นใหญ่ๆ และมีเอกลักษณ์เพื่อดึงดูดแขก (และไม่แขก) ให้เข้ามาพัก เจ๋งจริงๆ





รูปโรงแรมแบบอัพโคลสอีกรูป สระว่ายน้ำนี่เห็นจริงๆแล้วเล็กมากๆ ว่ายทางกว้างนี่ประมาณสองสามจ้วงก็ถึงอีกขอบ เลยต้องว่ายทางยาวแทน (ซึ่งตลอดสามสัปดาห์ ได้ว่ายน้ำที่โรงแรมนี้หนึ่งรอบ T.T)






นอกจากนี้ ยังได้ไป El-Gem ซึ่งเป็นโคลอสเซียมที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาณาจักรโรมัน และสร้างในช่วงเดียวกัน ซึ่งอันนี้ได้ไปในวันที่ไปประชุมกันนอกสถานที่ ซึ่งก็อาศัยช่องๆนั้นเป็นเหมือนห้องประชุมกลุ่มย่อยๆ อิอิ ได้ไปช่วยงานหนุ่มหล่อบราซิลเลี่ยน (อาศัยเส้นสายในการมาอยู่กลุ่มนี้สุดริด) ถึงอากาศร้อนก็สู้ตาย อิอิ
แล้วก็ยังได้ใช้เวลาสองวันที่เหลือที่ยังอยู่ที่ตูนีเซีย ไปช้อปปิ้งในเมืองใกล้เคียง (โดยเฉพาะไปตามหาอูฐวิเศษ) และก็ไปเที่ยวตูนิส เมืองคาร์เทจ (ในโปสการ์ด) และเมืองเล็กน้อยที่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว แต่โดยรวมชอบเชียวล่ะ ใครยังไม่มีที่ไปเวลาฮันนีมูน ลองคิดถึงตูนีเซียได้นะ เราเชียร์ขาดใจ อิอิ



No comments: